10/13/2565

ต้นยูคาลิปตัสสีรุ้ง ต้นไม้ประดับ สีสวยงาม พร้อมส่งจากปทุมธานี

ต้นยูคาลิปตัสสีรุ้ง ต้นไม้ประดับ สีสวยงาม

ราคา450บาท จัดส่งพร้อมถุงดำ
🌲ต้นกล้าสูงประมาณ. 60-80 ซ.ม 🛵ค่าจัดส่ง 100 บาท📦 🚂 มีเก็ยเงินปลายทางครับ สนใจติดต่อสอบถามได้ ☎️ 086-339-5328 Line : hokcamain-poo หรือ 0863395328 ต้นยูคาลิปตัสสีรุ้ง เป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดใหญ่ สูงได้กว่า 70 เมตร ถิ่นกำเนิดในประเทศอินโดนีเซีย ปาปัว นิว กินี และฟิลิปปินส์ เมื่อแรกเริ่มลำต้นเป็นสีเขียว และจากการที่ต้นยูคาลิปตัสสีรุ้งมีเปลือกหลายชั้นและหลากสี เรียงสีจากสีเขียวเป็นสีน้ำเงิน สีส้ม สีม่วง และสีม่วงเข้มแกมน้ำตาล ตามลำดับ และเมื่อเปลือกนอกเริ่มถลอกสีที่อยู่ตามชั้นต่างๆ ก็จะโผล่ออกมาจนทำให้เกิดเป็นต้นยูคาลิปตัสสีรุ้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ 💬สนใจทักแชทครับ






10/09/2565

10 อันดับผักสวนครัวที่นิยมปลูก

ผักสวนครัวที่นิยมปลูก

ในช่วงสถานการณ์แบบนี้ ทั้งโควิดเพิ่งผ่านไป ทั้งเงินเฟ้อ น้ำมันราคาแพง ค่าไฟแพง มินำซ้ำพายุเข้าทำให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ อีกรอบ มีแนวโน้มว่าผักจะมีราคาแพงขึ้น 
สถานการณ์แบบนี้ต้องช่วยกันประหยัด เรามาปลูผักสวนครัวกินเองจะได้ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนไปในตัว มีผักปลอดสารกินเองที่บ้าน ปลูกก็ง่ายดูแลก็ง่าย เก็บผลผลิตเร็ว 

10 อันดับ ผักสวนครัวที่นิยมปลูกกันมากๆ มาดูกัน!
อันดับ 10. คะน้า

ส้่งซื้อเมล็ดคะน้าที่นี่  กดสั่งเมล็ด



อันดับ 9. ผักกาดหอม

ส้่งซื้อเมล็ดผักกาดหอมที่นี่ กดสั่งเมล็ด



อันดับ 8. ถั่วฝักยาว

ส้่งซื้อเมล็ดถั่วฝักยาวที่นี่

อันดับ 7. พริก

ส้่งซื้อเมล็ดพริกที่นี่

อันดับ 6. กะเพรา

ส้่งซื้อเมล็ดกะเพราที่นี่


อันดับ 5. ผักชีฝรั่ง

ส้่งซื้อเมล็ดผักชีฝรั่งที่นี่

อันดับ 4. ขึ้นฉ่าย

ส้่งซื้อเมล็ดขึ้นฉ่ายที่นี่

อันดับ 3. หอมแบ่ง

ส้่งซื้อเมล็ดหอมแบ่งที่นี่

อันดับ 2. ผักชี

ส้่งซื้อเมล็ดผักชีที่นี่  กดสั่งเมล็ด

เมล็ดผักชี


อันดับ 1. ผักบุ้ง

.
ส้่งซื้อเมล็ดผักบุ้งที่นี่




เราแนะนำมามีแต่ผักยอดฮิต กินได้ กินดี ปลูกง่ายโตไว ประหยัดเงิน อิ่มท้อง


10/03/2565

วิธีปลูก ฟอเก็ตมีน็อต

 ไชนีส ฟอเก็ตมีน็อต Chinese forget me not


สั่งซื้อได้ที่ 
ร้าน สวนอรรถพร http://www.suanattaporn.com/p/103
ร้าน ที่นี่ซีด http://teeneeseeds.lnwshop.com/p/80

ชื่อสินค้า : เมล็ดไชนีสฟอร์เก็ตมีน๊อต
รายละเอียด : 1.5 กรัม ความงอก 80%
ประโยชน์ : เมล็ดไชนีสฟอร์เก็ตมีน๊อต (CHINESE FORGET ME NOT) เจียไต๋ ตราเครื่องบิน ขนาด 1 ซอง บรรจุ 1.5 กรัม อัตราความงอก 80%
วิธีใช้ : 1.ใส่วัสดุเพาะลงในกระบะ โรยเมล็ดเป็นแถวห่าง 1 นิ้วกลมบางๆ รดน้ำพอชุ่ม 2.เมื่อมีใบจริง 2-4 ใบ ย้ายปลูกลงในกระถาด ขณะย้ายให้มีวัสดุปลูกติดราดมากที่สุด แล้วรดน้ำให้ชุ่ม 3. ใส่ปุ๋ย 16-16-16 ครึ่งช้อนชาทุก 7-10 วัน ให้ห่างโค้นต้นอย่างน้อย 2 นิ้ว แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
เก็บรักษา : เก็บไว้ในที่แห้ง เย็น ไม่ถูกแดดและมีอากาศถ่ายเทและเก็บไว้ในอุณหภูมิไม่สูงกว่า 30 องศา
พืชที่เกี่ยวข้อง :

 1. ไชนีสฟอร์เก็ตมีน๊อต
2. ดอกไม้


เมล็ดดอกฟอร์เก็ตมีน็อต

ชื่อวิทยาศาสตร์: Cynoglossum amabile (Sin-noh-GLOSS-um am-MAB-il-ee)

ชื่อสามัญ:Chinese forget me not, Hound’s tongue

วงศ์: Boraginaceae

ความสูง: 18 – 24 นิ้ว

จำนวนเมล็ด : ต่อ 1 กรัม 200เมล็ด

สี:ฟ้าเข้ม

ระยะเวลาจากเพาะเมล็ดจนออกดอก 3 เดือน

ไชนีสฟอร์เก็ตมีน็อตเป็นไม้ดอกอีกชนิดหนึ่งที่ให้สีฟ้า ซึ่งเป็นสีที่หาไม่ง่ายนัก ดอกออกเป็นช่อตามกิ่งย่อยที่แตกแขนงจากกิ่งใหญ่ ถ้าที่ปลูกมีร่มบ้างจะให้ดอกสีเข้มกว่าเมื่อปลูกกลางแดดจัด ไม่นิยมใช้เป็นไม้ตัดดอก เนื่องจากถ้าตัดดอกจากต้นแล้วจะเหี่ยวเร็วมากจึงนิยมปล่อยให้บานอยู่กับต้นโดยตลอด ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ใบแบนมีลักษณะคล้ายลิ้นหมาจึงมีชื่อสามัญว่า Hound’s tongue เมล็ดมีหนามเล็ก ๆ ทำให้สามารถติดตามเสื้อผ้าและสิ่งอื่นได้แน่น เมล็ดไม่ต้องการแสงในการงอก เวลาเพาะเมล็ดต้องกลบเมล็ด

พันธุ์ Dwarf Firmanent ความสูง 18 นิ้ว ให้ดอกสีฟ้า มีกลิ่นหอม ได้ AAS ตั้งแต่ 1932 แต่ยังได้รับความนิยมอยู่จนถึงปัจจุบันนี้

วิธีปลูก

1.ใส่วัสดุเพาะลงในกระบะ โรยเมล็ดเป็นแถวห่าง 1 นิ้วกลมบางๆ รดน้ำพอชุ่ม 

2.เมื่อมีใบจริง 2-4 ใบ ย้ายปลูกลงในกระถาด ขณะย้ายให้มีวัสดุปลูกติดราดมากที่สุด แล้วรดน้ำให้ชุ่ม 

3. ใส่ปุ๋ย 16-16-16 ครึ่งช้อนชาทุก 7-10 วัน ให้ห่างโค้นต้นอย่างน้อย 2 นิ้ว แล้วรดน้ำให้ชุ่ม

 #ไชนีสฟอร์เก็ตมีน็อต #ฟอร์เก็ตมีน็อต







10/02/2565

ขั้นตอนการสร้าง KPI ให้ประสบความสำเร็จเริ่มจากตรงไหน

ขั้นตอนการสร้าง KPI ให้ประสบความสำเร็จจะต้องเริ่มจากตรงไหน

การกำหนดหัวข้อ KPI จำเป็นให้พนักงานสำรวจงานของตนเองว่ามีอะไรบ้างในแต่ละวัน รวมถึง 1 สัปดาห์ต้องทำอะไรบ้าง สำรวจให้ครบ 1 เดือน แล้ว list  ออกมาจัดเรียงงานที่ต้องทำเป็นประจำในทุกๆวัน เป็นงานหลัก จัดลำดับงานรอง และนำไปพูดคุยปรึกษากับหัวหน้าของตนเองในงานที่ได้รับผิดชอบ แล้วเริ่มมาจัดเรียงงานใดเข้าข่ายในการสร้างข้อ KPI สำหรับการวัดผลได้ งานใดไม่สามารถนำเอามาวัดผลได้

สามารถทำได้ตามข้อแนะนำต่อไปนี้

 1. ให้พนักงานค้นหา ‘3 สิ่ง’ ที่ต้องทำให้เสร็จทันเวลา

พนักงาน 1 คนมี ‘หน้าที่หลายอย่าง’ ให้รับผิดชอบในแต่ละวัน เช่น รับโทรศัพท์ ติดตามลูกค้า ติดต่อแผนกอื่น พรีเซนต์ให้หัวหน้าฟัง (เจอได้บ่อยในบริษัทเล็กๆ) คุณก็จำเป็นต้อง ‘จัดลำดับความสำคัญ’ ว่าหน้าที่ไหนสำคัญสุด งานสำคัญเราต้องวัดได้ว่า ‘ทำได้ดีแค่ไหน’ และหน้าที่ที่ทำสำคัญต้องมีตัวเลขที่แสดงผลชัดเจน (เจอลูกค้าบ่อยหรือเปล่า ยอดขายเท่าไร) ส่วนงานรองลงมาเราวัดแค่ว่าพนักงาน ‘ได้ทำหรือไม่’ (เช่น เดือนนี้ค่าใช้จ่ายเกินหรือเปล่า ส่งรายงานทันเวลาหรือเปล่า)

ถ้างานรองมีเยอะๆ อาจจะนำงานรองมารวมอยู่ภายใน KPI เดียวกันจะได้บริหารง่ายขึ้น เช่น แทนที่จะบอกว่าต้องเข้างานตรงเวลา ต้องตั้งใจทำงาน ต้องออกงานตรงเวลา ห้ามลดหยุดยาวจนกระทบงาน ก็ให้เปลี่ยน KPI ว่า ‘ทำงานเรียบร้อยแค่ไหน’ โดยใน KPI นี้ก็จะประกอบไปด้วยปัจจัย Checklist (รายการตรวจสอบ) ต่างๆ หากพนักงานทำได้ครบหรือทำได้ 80% ของ Checklist ก็คือว่าผ่าน

2. แชร์และทบทวน KPI กับเพื่อนร่วมงาน และหัวหน้างาน

การแบ่งปัน KPI ให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้างาน ก็คือการทำให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าทิศทางการทำงานของบริษัทจะไปทางไหน และสิ่งนี้จะสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในองค์กรหรือในทีมที่มีขนาดใหญ่ ที่พนักงานส่วนมากไม่รู้จักกัน

แต่ละบริษัทอาจจะมีเป้าหมายไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับว่าแต่ละบริษัททำอะไรและอยู่ในขั้นตอนแบบไหน บริษัทที่เพิ่งเปิดตัวมาอาจจะไม่ได้สนใจกำไรมากนักแต่เน้นการตีตลาด เน้นการหาลูกค้าเยอะ ซึ่งบริษัทพวกนี้ก็จะเน้นที่การสร้างยอดขายเข้าไว้ แต่บริษัทที่เปิดมาหลายปีแล้วยังไม่มีกำไร ก็อาจจะต้องหันมาเน้นเรื่องการทำกำไรบ้างเพื่อให้การเงินมีสภาพคล่องมากขึ้น 

3. ตรวจสอบ KPI ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน

        ทุกครั้งที่เรากลับมาพิจารณา KPI เราต้องดูว่า KPI ยังสอดคล้องกับเป้าหมายหลักบริษัทอยู่หรือเปล่า ยังทำได้จริงอยู่หรือเปล่า ถ้าเรามองว่าธุรกิจที่อยู่ได้นานคือธุรกิจที่ปรับตัวเร็ว การที่ธุรกิจสามารถปรับ KPI ได้เร็วก็ถือว่าเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างหนึ่ง (Competitive Advantage)

    ข้อยกเว้นอย่างเดียวของการปรับ KPI โดยไม่จำเป็นก็คือ พนักงานและผู้เกี่ยวข้องอื่นอาจจะรู้สึกงง หรือ หมดความมั่นใจกับวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร เพราะฉะนั้นอะไรที่จำเป็นต้องเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน ส่วนอะไรที่ไม่จำเป็นเราก็ไม่ควรปรับเยอะ ให้ดูทุกสัปดาห์ว่าทีมเรายังทำตาม KPI ได้ทันอยู่หรือเปล่า (และทีมเราต้องปรับตัวแก้ปัญหาอะไรบ้าง) และให้พิจารณาทุกเดือนว่า KPI นี้ยังเหมาะสมแค่ไหน กับผลประกอบการแต่ละเดือน

 #KPI ให้ประสบความสำเร็จ #ระบบkpi #กำหนดหัวข้อkpiยังไง